ระบบซ่อมบำรุง ที่คลอบคลุมทุกประเภทของงานซ่อมบำรุง ตั้งแต่การซ่อมบำรุงแบบ Corrective, Predictive, Preventive, Proactive และ Maintenance Prevention โดยสามารถกำหนดโครงสร้าง BOM ของชิ้นส่วนที่จำเป็นต้องการซ่อมบำรุง ทำให้ง่ายในการวิเคราะห์หาปัญหาอันเกิดจากการซ่อมบำรุง มีระบบสต๊อกชิ้นส่วนที่ใช้เป็นอะไหล่เพื่อให้แน่ใจว่าของไม่ขาดมือ ในยามที่จำเป็นต้องใช้ และยังออกใบงานซ่อมบำรุงที่เก็บข้อมูลได้ ทั้งก่อนและหลังการซ่อมบำรุง นอกจากนี้ยังมีระบบ Real-Time Monitoring ที่สามารถดูสถานะของเครื่องจักรทั้งหมดในโรงงานได้ด้วย

 
 
Items Free Version Full Version
 ระบบแจ้งขอใช้บริการจากฝ่ายซ่อมบำรุง
 การแจ้งเตือนทางเมล์ไปที่ช่างฝ่ายซ่อมบำรุง
 ระบบ Helpdesk ที่รองรับงานบริการของฝ่ายซ่อมบำรุง
 Corrective / Predictive Job Management
 ระบบข้อมูลพนักงาน PIM (ระดับความปลอดภัยข้อมูลขั้นสูงสุด)
 ระบบปรับปรุงข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานจริงของฝ่ายซ่อมบำรุง
 กำหนดกลุ่มของงานบริการ Services
 BOM of Machine
 Preventive Job Management
 Emergency Unlock BOM by Admin
 Emergency Un-Secret BOM by Admin
 Proactive Job Management
 Maintenance Prevention Job Management
 Spare Parts Control
 Monitoring
 Check Sheet
 Sync Machine Gauge
 Get Data to Excel
 Import Data from Excel

 

 
   
 

ภาพรวมของระบบ

ระบบครอบคลุมงานทุกส่วนของฝ่ายซ่อมบำรุง

กระบวนการที่เกี่ยวข้อง

     เริ่มตั้งแต่การรับแจ้งเรื่องจากคนที่ทำงานหน้าเครื่องจักร ซึ่งจะเป็นพนักงานฝ่ายผลิต ซึ่งถ้าโรงงานมีสัญญาณไฟ เขียว/เหลือง/แดง ก็สามารถนำมาใช้ร่วมกันกับระบบได้ เมื่อรับแจ้งเรื่องแล้ว ก็เปิดใบงานที่อ้างอิงกับหมายเลขแจ้งเรื่อง โดยผู้แจ้งจะเห็นสถานะความคืบหน้าของการแจ้งเรื่องที่หน้าจอ ว่ามีการตอบสนองหรือยัง และทำไปถึงไหนแล้ว

     ฝ่ายปฏิบัติเมื่อได้รับใบงานแล้ว ก็ดำเนินการตามคิวหรือตามลำดับความเร่งด่วน ถ้าต้องการใช้อะไหล่ที่ระบุไว้ในงาน ก็ให้ไปรับที่สต๊อกได้เลยเพราะระบบได้สั่งจ่ายไปเรียบแล้ว (เฉพาะในกรณีที่ผู้ออกใบงาน มีสิทธิ์คุมสต๊อกด้วย แต่ในโรงงานใหญ่ๆ เขามักจะแยกคนดูแลสต๊อกออกมาเลย คนออกใบงานจะไม่มีสิทธิ์จ่ายของในสต๊อก ผู้ซ่อมบำรุงต้องไปเบิกที่สต๊อกเอง) อาจถ่ายรูปก่อนและหลังการซ่อมบำรุงแล้วส่งต่อให้ Operator แนบเข้าที่ใบงานนั้นๆ ในระบบได้ ถ้ามีค่าใช้จ่าย ก็บันทึกเข้าระบบด้วยเช่นกัน

     ในส่วนของผู้คุมสต๊อก จะทำหน้าที่รับอะไหล่เข้า, จ่ายอะไหล่ออกไปตามใบงาน หรือด้วยเหตุผลเฉพาะอย่างอื่น, การติด tag label และย้ายที่จัดเก็บเข้า Bin เพื่อให้เป็นระบบระเบียบ, การปรับสต๊อกในกรณีของสูญหายหรือหมดสภาพ, การนำอะไหล่ไปตรวจคุณภาพนอกสถานที่เก็บ หรือแม้แต่นอกโรงงาน, การให้ยืมกับบางหน่วยงาน เช่น ฝ่ายวิศวกรรม เป็นต้น ซึ่งการที่นำอะไหล่ออกนอกพื้นที่เก็บแบบที่ต้องนำมาคืนอย่างเช่นการยืมและการนำไปตรวจคุณภาพจะมีระบบติดตาม ซึ่งถ้าเอาออกไปนานๆ แล้วยังไม่คืน ตัวเลขจะฟ้องหน้าจอตลอดเวลา

     โดยทั่วไปทุกๆ โรงงานจะมี Check Sheet ประจำวันหรือรอบของเวลาอยู่แล้ว เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเบื้องต้นของเครื่องจักร ซึ่งในอาจต้องมีการบันทึกเลขไมล์หรือรอบของมอเตอร์หรือข้อมูลอื่นใดที่บ่งบอกว่าเครื่องจักรถูกใช้งานไปถึงระยะที่ควรซ่อมบำรุงหรือยัง (Gauge) ผู้ปฏิบัติสามารถถ่ายรูป Check Sheet ผ่านมือถือแล้วส่งเข้าระบบได้เลย ซึ่งในทางปฏิบัติจะทำงานง่ายกว่าการนำไป scan เป็น pdf แล้วโหลดเข้าระบบ ทั้งนี้เพื่อให้ฝ่ายบริหารหรือคนที่เกี่ยวข้องสามารถสุ่มตรวจการทำงานได้แบบ on-line

ส่วนการซ่อมบำรุงแบบ Preventive 

     คล้ายคลึงกับการเอารถเข้าศูนย์ เช่น ให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกๆ 5,000 กม. หรือใช้งานถึง 3 เดือน เป็นต้น เริ่มจากกำหนดโครงสร้างของชิ้นส่วนสำคัญที่จะต้องมีการเช็ค/ปรับ/เปลี่ยน ที่เรียกว่า BOM (Bill of Materials) ไม่จำเป็นต้องกำหนดทุกชิ้นส่วนเป๊ะเหมือนที่ทางฝ่ายวิศวกรรมเขาใช้กัน ให้เอาเฉพาะชิ้นส่วนที่เราสนใจก็พอ จะช่วยลดเวลาที่ต้องไปยุ่งกับข้อมูลที่มีคุณค่าน้อยและไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับการซ่อมบำรุง

     จากนั้นให้มีการป้อนกลับข้อมูลของ Gauge คือระยะ/รอบ/หรือหน่วยวัดอื่นใดของเครื่องจักรต่างๆ ว่ามีค่าเป็นเท่าไร อาจจะป้อนกลับในกระบวนการ Check Sheet คืองานตรวจประจำวันหรือเชื่อมต่อระบบแบบ Real-Time เข้ากับเครื่องจักรโดยตรง แต่ถ้าเครื่องจักรหรือชิ้นส่วนไหนใช้การวัดแบบ Period คือรอบของเวลาก็ง่ายเลย เพราะระบบจะดูจากวันที่ถูกซ่อมบำรุงล่าสุดมาเทียบกับวันปัจจุบัน ใช้แค่เพียงการใส่ข้อมูลในใบงาน ก็เป็นข้อมูลป้อนกลับเข้าระบบได้แล้ว

     ส่วนสุดท้ายจะใช้วิเคราะห์และวางแผนการซ่อมบำรุง อย่าลืมว่าในโรงงานหนึ่งๆ มีจำนวนเครื่องจักรจำนวนมาก บางแห่งอาจมีมากกว่าร้อยเครื่อง แล้วแต่ละเครื่องมีชิ้นส่วนอีกมากมาย รวมๆ แล้วอาจเป็นหมื่นๆ ชิ้น ซึ่งถ้าใช้คนมาวิเคราะห์และวางแผนเอง คงเอาเรื่องเหมือนกัน แต่ระบบสามารถสามารถช่วยได้ แค่หนึ่งคลิก ก็เห็นภาพรวมที่ช่วยในการวางแผนการซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 
   
 

การตั้งค่าเบื้องต้น

ระบบทำงานได้กับ Windows เวอร์ชั่น 7 ขึ้นไป สามารถต่อเป็นเครือข่ายเพื่อใช้งานพร้อมกันหลายคนได้ และสามารถใช้เครื่อง Desktop ธรรมดาทำเป็นเครื่องแม่ข่ายได้ ซึ่งคล่องตัวและยืดหยุ่นในการ Implement ระบบในส่วนของฝ่ายซ่อมบำรุง ซึ่งสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมมาทดลองใช้งานก่อนได้เลย เริ่มจากดาวน์โหลด sMnt2.rar จากนั้นแตกไฟล์ไปที่ใดที่หนึ่ง แล้วเรียก sMnt2.exe ขึ้นมาทำงานได้เลย ในการเรียกใช้งานครั้งแรก ระบบใช้ username = admin และ password = admin หลังจากเข้าระบบได้แล้ว และทดลองใช้งานจนชำนาญแล้ว แนะนำให้เปลี่ยน password ใหม่ เมื่อจะใช้งานจริง

 

  1. ไปที่ การต่อเป็นเครือข่ายใช้พร้อมกันหลายคน เพื่อดูข้อมูล 
  2. ไปที่ การ Login เข้าระบบ เพื่อดูข้อมูล
 
   

การใช้งานระบบในส่วน Free Version

 
 

ระบบแจ้งขอใช้บริการจากฝ่ายซ่อมบำรุง

ใช้เพื่อรับเรื่องจากพนักงานที่ต้องการบริการจากฝ่ายซ่อมบำรุง โดยสามารถดูสถานะการรับเรื่อง, กำลังปฏิบัติงาน หรือทำเสร็จแล้วได้ที่หน้าจอ นอกจากนี้ยังเห็นรายละเอียดคร่าวๆ ที่ทางฝ่ายซ่อมบำรุงบันทึกลงไปในใบจ่ายงาน ซึ่งเป็นการช่วยในการสื่อสารสองทางระหว่างพนักงานที่รอการบริการและผู้ปฏิบัติที่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายซ่อมบำรุง ตัวอย่างเช่น ดูรายละเอียกเพิ่มเติมได้ที่ เมนู Simple Notify 
 
 
ในการใช้ระบบส่วนนี้ นิยมใช้อยู่ 2 Scenario คือ แบบติดตั้งระบบที่เครื่องพนักงานทุกเครื่อง จากนั้นพนักงานส่งคำร้องขอเข้าที่ระบบโดยตรง ข้อดีคือเป็นการสื่อสารสองทางที่ช่วยลดการโทรตามเรื่องจากพนักงาน ที่ปกติผู้ปฏิบัติงานจะไม่ค่อยนั่งประจำโต๊ะอยู่แล้ว ข้อเสียคือต้องโปรแกรมทุกเครื่องและพนักงานต้องมีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ด้วยซึ่งจะไม่สะดวกสำหรับพนักงานที่อยู่สายการผลิต และแบบที่สอง คือ ติดตั้งเฉพาะเครื่องที่เป็น Operator ของฝ่ายซ่อมบำรุง ที่ทำหน้าที่รับเรื่อง และส่งต่อผู้ปฏิบัติเพื่อจ่ายงาน ข้อดีคือลงโปรแกรมแค่เครื่องเดียว ไม่ต้องเสียเวลาอบรมพนักงานทั้งหมดเพื่อเรียนรู้การใช้งานโปรแกรม ส่วนข้อเสียคือต้องมานั่งรับโทรศัพท์ที่พนักงานโทรตามเรื่องที่ร้องขอไว้ และต้องเสีย Operator อย่างน้อยหนึ่งคนที่ต้องนั่ง Standby ไว้ตลอดเวลา
 
 
   
 

การให้มีเมล์แจ้งเตือนฝ่ายซ่อมบำรุงเมื่อมีการแจ้งเรื่องเข้ามา

โดยปกติช่างฝ่ายซ่อมบำรุงมักจะไม่นั่งประจำโต๊ะอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะต้องอยู่หน้างานหรือพื้นที่การผลิตตลอดเวลา ซึ่งการติดต่อสื่อสารอาจลำบาก แต่ในปัจจุบันทุกๆ คนจะพกมือถือติดตัวอยู่แล้ว ดังนั้นการที่ให้ระบบแจ้งเข้าทางเมล์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการตามงาน ซึ่งจะตั้งให้มือถือสั่นหรือมีเสียงก็ได้เวลามีเมล์เข้า ในที่นี้สามารถใช้ทั้งเมล์ของบริษัทหรือเมล์ส่วนตัวก็ได้ หลักการก็คือ ถ้าพนักงานมีการแจ้งเรื่องมาทาง ระบบแจ้งขอใช้บริการจากฝ่ายซ่อมบำรุง ก็จะมีเมล์เข้ามาที่ช่างฝ่ายซ่อมบำรุง ซึ่งจะเปิดใช้หรือปิด Feature หรือไม่ก็ได้ ส่วนรายละเอียดการตั้งค่า จะอยู่ส่วนถัดไป
 
 
ในการตั้งค่าว่าจะให้ระบบส่งเมล์เตือนช่างฝ่ายซ่อมบำรุง ว่ามีคำขอใช้บริการใหม่จากพนักงานหรือไม่ สามารถทำได้โดยไปที่เมนู Setting-->App Setting-->Mail Alert on Simple Notify 
 
 
ทีนี้มาดูค่าที่จำเป็นต้องกำหนด
 
  1. From Mail Address คือ ผู้ที่ส่งเมล์เตือน ซึ่งจะใช้เมล์ของบริษัทหรือเมล์ส่วนตัวก็ได้ เพียงแค่บอกให้รู้ว่าข้อความแจ้งเตือนต่างๆ มาจากเมล์นี้นะ อาจใช้เมล์ของผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงก็ได้ จะได้ตื่นตัวกันดี
  2. From Mail Password คือ รหัสผ่านผ่านเวลาใช้เมล์ตัวนี้
  3. SMTP Server Host คือ Server ของเมล์นี้ ถ้าไม่รู้ลองถามเจ้าหน้าที่ไอทีดู
  4. SMTP Server Port คือ ส่วนใหญ่จะใช้ 25, 465 และ 587 ถ้าไม่แน่ใจลองถามเจ้าหน้าที่ไอทีดู
  5. Mail Address คือ เมล์ของช่างฝ่ายซ่อมบำรุงที่ต้องการรับการแจ้งเตือน

อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ต้องการให้ระบบแจ้งเตือนให้กวนใจ ก็เคลียร์ Enable Mail Alert Feature ออกได้

 
 

 

ระบบ Helpdesk ที่รองรับงานบริการของฝ่ายซ่อมบำรุง

ใช้รับเรื่องจากพนักงานที่แจ้งเข้ามาในระบบ จากนั้นก็เปิด Job เพื่อเตรียมจ่ายให้ผู้ปฏิบัติงานซ่อมบำรุง ให้สังเกตุ แถบบน New Issue ที่เป็นสีแดง คือการแจ้งเรื่องใหม่เข้ามา 1 เรื่อง หมายเลข MSG-0000018 ถ้าต้องการรับเรื่อง ให้กดปุ่มบวก เพื่อสร้าง Job ใหม่ที่รองรับเรื่องนี้ ให้เลือก Job Type เป็น Service ซึ่งเป็นงานบริการ แล้วเลือกประเภทของงานบริการด้วย ดังรูป จากนั้นใส่รายละเอียดที่จำเป็น แล้วกดปุ่มบันทึก (ข้อมูลในส่วน Action และสถานะของ Job จะไปปรากฏที่หน้าจอ แจ้งขอใช้บริการจากฝ่ายซ่อมบำรุง ที่พนักงานคีย์ข้อมูลเข้ามาด้วยเช่นกัน) ดูรายละเอียกเพิ่มเติมได้ที่  การซ่อมบำรุงแบบ Corrective และ Predictive
 
 
เมื่อบันทึกข้อมูลทุกอย่างเสร็จ ก็พิมพ์ใบ Job เพื่อจ่ายงานให้กับผู้ที่จะซ่อมบำรุงได้เลย ดังรูป
 
 
*** ในฟรีเวอร์ชั่น ระบบจะล็อค Features ส่วนของ Target Machines และ Used Spare Parts ***
 
 

 

Corrective / Predictive Job Management

การใช้งานจะคล้ายส่วนก่อนหน้านี้ แต่จะเพิ่มเติมในส่วน Target Machine คือเครื่องจักรที่จะถูกซ่อมบำรุง และ Used Spare Parts คือต้องใช้อะไหล่ตัวไหนบ้างจากระบบสต๊อกอะไหล่ ถ้าเรื่องที่รับมาเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ก็ให้เลือก Job Type เป็น Corrective แต่ถ้ายังไม่เกิดปัญหาแต่ร่อแร่ที่จะมีปัญหาเร็วๆ นี้ ก็ให้เลือก Predictive และคนรับเรื่องต้องวิเคราะห์ต่อด้วย ว่าปัญหาที่ถูกแจ้งเข้ามา อาจจะเกิดที่เครื่องจักรตัวอื่นด้วยเช่นกัน ก็ให้เพิ่มรายการ Target Machine ให้ผู้ปฏิบัติไปตรวจสอบเพิ่มเติม นอกเหนือที่จะทำเฉพาะเครื่องจักรที่ถูกแจ้งเข้ามา ดูรายละเอียกเพิ่มเติมได้ที่  การซ่อมบำรุงแบบ Corrective และ Predictive
 
 
 

 

ระบบข้อมูลพนักงาน PIM

ระบบข้อมูลพนักงานทั้งหมดในโรงงาน เป็นการดึง Feature หนึ่งที่อยู่ในโมดูล Human Resources ซึ่งใช้ระดับการรักษาความลับของข้อมูลขั้นสูงสุด ที่มีการเข้ารหัสข้อมูลที่ระดับฐานข้อมูล โดยแม้นถ้าถูก Hack ไปได้ ก็จะได้แค่ข้อมูลขยะไปเท่านั้น เราเอามาเสริมในโมดูลของระบบซ่อมบำรุง ที่เกี่ยวข้องในส่วนพนักงานที่จะทำเรื่องขอใช้บริการและฝ่ายซ่อมบำรุงในระดับปฏิบัติการที่จะต้องรับผิดชอบแต่ละ Job ที่ถูกมอบหมายมา ส่วน Features อื่นที่เกินมา ถือว่าเป็นของแถมก็แล้วกัน ดูรายละเอียกเพิ่มเติมได้ที่ กำหนดข้อมูล Employee 
 
 
 
 

ระบบปรับปรุงข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานจริงของฝ่ายซ่อมบำรุง

ระบบข้อมูลพนักงานเฉพาะฝ่ายซ่อมบำรุง ที่เป็นผู้ปฏิบัติงานเท่านั้น โดยตัดผู้จัดการหรือหัวหน้างานที่ไม่ได้ปฏิบัติงานจริงออก ซึ่งรายชื่อจะไปแสดงที่ Work-load เวลาเปิด Job เพื่อจ่ายงาน ทั้งนี้จะช่วยให้ผู้จ่ายงานกระจายไปทั่วถึงทุกคน ไม่หนักคนใดคนหนึ่งมากเกินไป ดูรายละเอียกเพิ่มเติมได้ที่ กำหนดข้อมูล Service Type
 
 
 
 

กำหนดกลุ่มของงานบริการ Services

ใช้เพื่อปรับแก้ข้อมูลอ้างอิงกลุ่มของงานบริการ ที่แสดงอยู่หน้าจอตอนที่เปิด Job
 
 
 
 
 
 
 
   

ส่วนการซ่อมบำรุงแบบ Preventive

 

 

กำหนด BOM ของการซ่อมบำรุง

ใช้เพื่อช่วยในการวางแผนการซ่อมบำรุงแบบ Preventive ซึ่งจะต้องลงลึกถึงส่วนประกอบของเครื่องจักร ว่ามีชิ้นส่วนอะไรบ้างที่ต้องการซ่อมบำรุง (เน้นคำว่า “มีชิ้นส่วนอะไรบ้างที่ต้องการซ่อมบำรุง” เพราะวิธีการกำหนด BOM อาจแตกต่างจาก BOM ทางฝ่ายวิศวกรรมซึ่งจะต้องระบุทุกชิ้นส่วนที่ประกอบเป็นเครื่องจักร แต่ BOM ในส่วนของของการซ่อมบำรุง จะเพียงแค่กำหนดเอาเฉพาะชิ้นส่วนที่จำเป็นต้องมีการซ่อมบำรุงเท่านั้น ทำให้มีความซับซ้อนน้อยกว่ามาก) 
 
  1. ไปที่ กำหนด BOM ของการซ่อมบำรุง เพื่อดูข้อมูล

(ถ้าไม่ Login จะไม่เห็นข้อมูล)

 
   
 

การช่อมบำรุงแบบ Preventive

เป็นการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นที่นิยมกัน แต่ต้นการบำรุงรักษาค่อนข้างสูง มีการวางแผนบำรุงรักษาตามรอบมาตรฐานของแต่ละชิ้นส่วนที่ออกแบบไว้ หลักคิดคล้ายการเอารถเข้าศูนย์ตามระยะ ตรวจเช็ค/เปลี่ยนอะไหล่ก่อนที่จะเกิดปัญหา อย่างไรก็ตามวิธีนี้อาจสิ้นเปลืองพอสมควร เพราะบางอย่างยังสถาพดีอยู่ก็ต้องถูกเปลี่ยนออกไป และอาจต้องเก็บ Stock ของอะไหล่จำนวนมาก แนะนำให้ใช้แนวทาง Predictive Manitenance จะดีกว่า โดยเน้นประสานร่วมมือกับฝ่ายผลิตหรือคนที่ทำงานกับเครื่องจักรประจำ เอาเป็นว่าเขาแค่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในเครื่องจักรแล้วเรื่องถึงฝ่ายซ่อมบำรุงทันที แต่ต้องบริหารให้มีการ Take Action ทันที ไม่ใช่ว่าแจ้งแล้วก็เงียบ คนแจ้งก็จะเบื่อแล้วละเลยจนเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นในที่สุด นอกจากนี้อาจแนวทาง Proactive Maintenance และ Maintenance Prevention ซึ่งต้องใช้การวิเคราะห์สูงขึ้นมาอีก ซึ่งจะอยู่ในส่วนถัดไป

  1. ไปที่ การช่อมบำรุงแบบ Preventive เพื่อดูข้อมูล
  2. ไปที่ การปลดล็อคที่ห้ามแก้ไขข้อมูลของชิ้นส่วนใน BOM เพื่อดูข้อมูล
  3. ไปที่ การปลดล็อคที่เข้ารหัสข้อมูลของชิ้นส่วนใน BOM เพื่อดูข้อมูล
(ถ้าไม่ Login จะไม่เห็นข้อมูล)
 
   
 

ส่วนการซ่อมบำรุงแบบ Corrective และ Predictive

 
 

ต้องพยามทำให้ Simple จริงๆ เพราะผู้ใช้งานจะเป็นระดับ Operator ซึ่งทักษะไม่สูง อาจจะอยู่ในสายการผลิตหรือเป็น Data Entry ที่อยู่ในฝ่าย Facilities จึงให้ใส่ข้อมูลในภาษาที่เป็นการบรรยายลักษณะของปัญหาที่เขาเข้าใจ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะส่งต่อไปให้ทีม Maintenance ที่มีความเข้าใจระบบสูงกว่าเพื่อออกใบ Maintenance Job ในส่วนการซ่อมบำรุงแบบ Corrective และ Predictive จะเป็นไม้ต่อจากทาง Operator แจ้งปัญหาหรือสิ่งผิดปกติ (แต่ยังไม่เกิดปัญหา) ส่วนใหญ่จะเป็นงานแบบ Day-to-Day ซึ่ง Job จะเป็นแบบ Corrective Job คือ เปิดงานซ่อมกับส่วนที่เป็นปัญหาตรงๆ และอีกแบบหนึ่ง คือ Predictive Job ซึ่งบางเรื่องที่แจ้งเข้ามาอาจเป็นแค่สัญญาณบอกเหตุที่อาจเกิดปัญหากับเครื่องจักรที่แจ้งเข้ามารวมทั้งมีโอกาสเกิดขึ้นกับเครื่องจักรอื่นๆในรุ่นเดียวกันด้วย

 

  1. ไปที่ เมนู Simple Notify เพื่อดูข้อมูล
  2. ไปที่ การซ่อมบำรุงแบบ Corrective และ Predictive เพื่อดูข้อมูล
(ถ้าไม่ Login จะไม่เห็นข้อมูล)
 
   

 

ส่วนการซ่อมบำรุงแบบ Proactive

 
 

เป็นการบำรุงรักษาเชิงรุก วิเคราะห์ต้นตอของปัญหาเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต เริ่มจากการค้นหาเครื่องจักรที่เกิดปัญหาบ่อยที่สุดก่อน แล้วตรวจดูประวัติการซ่อมบำรุง Corrective และ Predictive ย้อนหลังนานพอสมควร เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุ ซึ่งผู้ที่วิเคราะห์จะต้องมีทักษะสูงหน่อย ถึงจะสามารถตีปัญหาแตก การวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติแบบ Proactive Maintenance Job ทำได้ 2 Methods คือ แบบ Machine Focus คือ ดูความถี่ของการเกิดปัญหาต่างๆ ที่ตัวเครื่องจักรที่เราสนใจ และแบบ Problem Focus คือ การดูที่ปัญหาใดปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นที่เครื่องจักรต่างๆ
 

  1. ไปที่ เมนู Proactive Job Management เพื่อดูข้อมูล
(ถ้าไม่ Login จะไม่เห็นข้อมูล)

 

   

ส่วนการซ่อมบำรุงแบบ Maintenance Prevention

 

 

เป็นการแก้ปัญหาที่รากของปัญหาเพื่อลดโอกาสการชำรุดเสียหายและลดงานบำรุงรักษา ซึ่งผู้ที่วิเคราะห์จะต้องมีทักษะสูงเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น การแก้ปัญหาท่อน้ำที่เป็นเหล็กรั่วเนื่องจากผุและเป็นสนิม โดยการเปลี่ยนเป็นท่อพลาสติกหรือท่อสแตนเลส ก็ถือว่าเป็นลักษณะการซ่อมบำรุง แบบไม่ต้องซ่อมบำรุง หรือที่เรียกว่า Maintenance Prevention ในส่วนนี้ระบบจะไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก อาจเป็นแค่ เก็บประวัติการซ่อมบำรุงแบบนี้ไว้อ้างอิง และช่วยให้ค้นหาข้อมูลง่ายขึ้นในส่วนของ File Attachment ที่มากับชิ้นส่วนอะไหล่แต่ละตัว ซึ่งอาจมีข้อมูลสำคัญที่ส่วนให้เกิดไอเดียในการแก้ปัญหาได้
 

  1. ไปที่ เมนู Maintenance Prevention Job Management เพื่อดูข้อมูล
(ถ้าไม่ Login จะไม่เห็นข้อมูล)

 

   

 

เมนู Spare Parts Control

เป็นการจัดการสต๊อกอะไหล่ของฝ่ายซ่อมบำรุง ซึ่งมีความสัมพันธ์กันกับการซ่อมบำรุงแบบ Preventive  หรือเอาไว้สำรองฉุกเฉินสำหรับ Job ประเภท Corrective หรือเอาไว้เผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับงาน Predictive และ Service คลอบคลุมการรับอะไหล่เข้าสต๊อก, การจ่ายอะไหล่ออกจากสต๊อก, การย้ายสถานที่เก็บอะไหล่ในสต๊อก, การปรับสต๊อก, การส่งอะไหล่ไปเช็คปัญหาด้านคุณภาพ, การยืมอะไหล่, การเอาข้อมูลสต๊อกไปใช้ต่อที่ Excel และการตรวจประวัติการทำรายการเกี่ยวกับสต๊อก

 

  1. ไปที่ เมนู Spare Parts Control เพื่อดูข้อมูล
(ถ้าไม่ Login จะไม่เห็นข้อมูล)

 

   

เมนู Monitoring

เป็นการเฝ้าติดตามสถานะของเครื่องจักรแบบ Real-Time ซึ่งสามารถดูได้สูงสุดถึง 350 เครื่องพร้อมๆ กัน เหมาะกับระบบซ่อมบำรุงในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีทีมงานกระจายอยู่คนละจุด ซึ่งการสื่อสารจะสะดวกสุดถ้าดูที่หน้าจอ ระบบ Monitoring สัมพันธ์กับการแจ้งปัญหา, การเปิด Job และการซ่อมบำรุงตาม Job นั้นๆ 

 

  1. ไปที่ เมนู Monitoring เพื่อดูข้อมูล
(ถ้าไม่ Login จะไม่เห็นข้อมูล)
 
   
 

เมนู Check Sheet

เป็นการเริ่มต้น Phase แรกของความพยายามที่จะนำระบบเข้ามากำกับงานประจำวันพวก Check Sheet คืออย่างน้อยก็ให้หัวหน้าหลายๆ คนมองเห็นงานประจำวันของลูกน้องที่หน้าจอ ซึ่งเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกน้องจะบันทึก Check Sheet แบบชุ่ยๆ ไม่ได้แล้ว เพราะอาจถูกสุ่มอ่านโดยหัวหน้าหรือผู้บริหารระดับสูงก็อาจเป็นได้ เริ่มต้นง่ายๆโดยการใช้ Check Sheet ที่มีอยู่แล้ว มาถ่ายรูปแล้วโหลดเข้าระบบเก็บไว้ ซึ่งทำได้สะดวกมากและไม่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติจริง

 

  1. ไปที่ เมนู Check Sheet เพื่อดูข้อมูล (ถ้าไม่ Login จะไม่เห็นข้อมูล)

 

   

 

เมนู Sync Machine Gauge

 
 

เป็นส่วนหนึ่งของการป้อนกลับข้อมูลเข้าระบบ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะนำไปใช้ในการคำนวณของ Preventive Maintenance โดยทั่วไประบบจะดู รอบเวลา (Period) หรือ หน่วยการวัด (Gauge) ว่าเมื่อไรควรซ่อมบำรุงเครื่องจักร ในที่นี้จะเป็นแบบหลัง ซึ่งปกติก็สามารถทำได้อยู่แล้วที่เมนู Check Sheet ของเครื่องจักรแต่ละตัว แต่ที่แยกออกมาอีกเมนู ก็เพื่อความกระชับในการใส่ข้อมูลและสนใจเฉพาะข้อมูล Gauge ของเครื่องจักรและชิ้นส่วนสำคัญต่างๆที่อยู่ภายในเครื่องจักร

  1. ไปที่ เมนู By Machine Type เพื่อดูข้อมูล
  2. ไปที่ เมนู By Machine Group เพื่อดูข้อมูล 
  3. ไปที่ เมนู Real-Time Connecting to M/C เพื่อดูข้อมูล (*** ไม่รวมใน Standard Package ***)

(ถ้าไม่ Login จะไม่เห็นข้อมูล)

 
   

 

เมนู Get Data

เพื่อเอาข้อมูลจากระบบ ออกไปใช้ใน Excel ซึ่งสามารถพลิกแพลงและยืดหยุ่นในการการนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

  1. ไปที่ เมนู Get Data–BOM List เพื่อดูข้อมูล
  2. ไปที่ เมนู Get Data–Job List เพื่อดูข้อมูล 
  3. ไปที่ เมนู Get Data–Machine List เพื่อดูข้อมูล
  4. ไปที่ เมนู Get Data–Spare Part List เพื่อดูข้อมูล 
(ถ้าไม่ Login จะไม่เห็นข้อมูล)

 

   
 

เมนู Right Setting

บริหารจัดการผู้ใช้ระบบ และกำหนดสิทธิ์ใช้งานแต่ละหน้าจอ

  1. บริหารจัดการผู้ใช้ระบบ ไปที่ User เพื่อดูข้อมูล
  2. กำหนดสิทธิ์ใช้งานแต่ละหน้าจอ App ไปที่ Authorized-App เพื่อดูข้อมูล
  3. กำหนดสิทธิ์ใช้งานแต่ละหน้าจอ Ref/Tools ไปที่ Authorized-Ref/Tools เพื่อดูข้อมูล
  4. กำหนดสิทธิ์ใช้งานแต่ละหน้าจอ PIM ไปที่ Authorized-PIM เพื่อดูข้อมูล
  5. ปลี่ยนรหัสผ่านผู้ใช้ระบบ ไปที่ Change Password เพื่อดูข้อมูล 
 
   
 

เมนู App Setting

การตั้งต่าที่เกี่ยวข้องกับระบบนั้นๆ เช่น ระบบงานซ่อมบำรุง, ระบบการขาย, ระบบบริหารงานบุคคล เป็นต้น

  1. กำหนดสาขา ของบริษัท ไปที่ กำหนดสาขา ของบริษัท เพื่อดูข้อมูล
  2. กำหนดข้อมูลบริษัท ไปที่ กำหนดข้อมูลบริษัท เพื่อดูข้อมูล
  3. กำหนดข้อมูล Unit ไปที่ กำหนดข้อมูล Unit เพื่อดูข้อมูล
  4. กำหนดข้อมูล Category ไปที่ กำหนดข้อมูล Category เพื่อดูข้อมูล
  5. กำหนดข้อมูล Part ไปที่ กำหนดข้อมูล Part เพื่อดูข้อมูล
  6. กำหนดข้อมูล Employee ไปที่ กำหนดข้อมูล Employee เพื่อดูข้อมูล
  7. กำหนดข้อมูล Maintenance Worker ไปที่ กำหนดข้อมูล Maintenance Worker เพื่อดูข้อมูล
  8. กำหนดข้อมูล Service Type ไปที่ กำหนดข้อมูล Service Type เพื่อดูข้อมูล
 
   

เมนู Tools

เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับระบบทั้งหมด

  1. ล้างฐานข้อมูลเพื่อเริ่มต้นใช้งานจริง ไปที่ Clear Example Database เพื่อดูข้อมูล
  2. ดูประวัติการแก้ไขข้อมูลของระบบหลัก ไปที่ System History เพื่อดูข้อมูล
  3. การสำรองฐานข้อมูลและกู้ข้อมูล ไปที่ Backup/Restore เพื่อดูข้อมูล
  4. การใส่ไลเซ่นของโปรแกรม ไปที่ Software License เพื่อดูข้อมูล
 
   
  *** สนใจติดต่อ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือดูรายละเอียดการสั่งซื้อได้ที่ How to buy  

 

We have 7 guests and no members online